title
ส่งอีเมล์ พิมพ์ บันทึกลงดิสก์
แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th
ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง



ElementData
Titleรายงานการวิจัยการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง พริก โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนที่เน้น นวัตกรรมการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม
CreatorName: สุรไกร สุขเชื้อ
CreatorName: สุพัตรา ชาติทอง
CreatorName: สิริสุดา ทองเฉลิม
Subjectkeyword: พริก
ThaSH: หลักสูตรท้องถิ่น
Classification :.DDC: 375
DescriptionAbstract: การศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ จัดทำหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง พริก โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนที่เน้น นวัตกรรมการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม กลุ่มเป้าหมายในการศึกษาเป็น ชุมชน เกษตรกร เยาวชน ต.ก่อเอ้ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เป็นงานวิจัยและพัฒนาโดยใช้เทคนิคการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR : Participatory Action Research) และวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เครื่องมือและวิธีการศึกษา โดยสำรวจพื้นที่ สัมภาษณ์ รวบรวม สภาพปัญหา และความต้องการของชุมชน พบว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาและสร้างรายได้เสริมโดยการปลูกพริก ซึ่งยังไม่กว้างขวางมากนัก เนื่องจาดขาดความรู้เรื่องการปลูกพริก และขาดความมั่นใจด้านการลงทุนและผลผลิต จึงก่อให้เกิดการจัดทำหลักสูตรเรื่องการปลูกพริกโดยกลุ่มเกษตรกรและเพื่อแก้ปัญหาการว่างงานของเยาวชน เป็นการเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพ สำหรับเยาวชนที่ไม่ศึกษาต่อให้เป็นกำลังสำคัญของครอบครัว จากนั้นได้รวบรวมอาสาสมัคร เกษตรกร เยาวชน ครู เพื่อจัดสร้างทีมวิจัย ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) และวิพากษ์กลุ่มย่อย (Focus Discussion) เพื่อร่วมกันศึกษาการสร้างหลักสูตร นิยามหลักสูตร ปรัชญาการศึกษา และร่วมกันร่างหลักสูตร คำอธิบายรายวิชาโครงสร้างเนื้อหา ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง สาระการเรียนรู้ แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และวิธีการวัดประเมินผล และทำแผนการจัดการเรียนรู้ ผลการวิจัยพบว่า เยาวชน เกษตรกร ในชุมชนและบุคลากรทางการศึกษา สามารถร่วมกันสร้างหลักสูตรเรื่องการปลูกพริก ซึ่งสามารถสอนโดยเกษตรเองโดยใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถใช้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มสาระการงานและเทคโนโลยีอาชีพ ซึ่งมีโครงสร้างเนื้อหา 5 หน่วย จำนวน 15 ชั่วโมง นอกจากนี้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับโครงการวิจัยในท้องถิ่นเรื่องพริกของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ทำให้เยาวชนได้ทราบเกี่ยวกับข้อมูลการปลูกพริกเพิ่มขึ้นในประเด็นต่าง ๆ เช่น การตลาด และสุขภาพอนามัยของเกษตรกรที่ปลูกพริก ซึ่งทำให้เกษตรกรและชุมชนตระหนักถึงอิทธิพลสารเคมีที่ใช้ในการปลูกพริกกับสุขภาพของคน รวมทั้งได้เรียนรู้การใช้สารสกัดธรรมชาติในการปราบศัตรูพืช จึงทำให้ทีมวิจัยได้หน่วยการศึกษาเพิ่มเพื่อสร้างความตระหนักให้กับผู้เรียน และได้สร้างหลักสูตร การปลูกพริกปลอดภัย เพื่อเป็นหลักสูตรคู่ขนานกับหลักสูตรที่ได้จากการศึกษาการปลูกพริกตามสภาพจริง เพื่อผู้เรียนจะสามารถเรียนรู้เปรียบเทียบความแตกต่างได้จากสถานการณ์จริง นอกจากนี้การวิจัยครั้งนี้ยังสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากรทางการศึกษาหน่วยงานของรัฐ และชุมชน พร้อมกันเป็นการเสริมหนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในด้านการศึกษา และกระบวนการจัดทำหลักสูตรในการวิจัยส่งผลให้ชุมชน เยาวชนตระหนักและเห็นคุณค่าของทรัพยากรในท้องถิ่นที่มีประโยชน์สูงสุดตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อก่อให้เกิดวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเกิดความรักความความหวงแหน ภูมิใจในท้องถิ่นตน The objective of the study was to construct the curriculum entitled “chili” by local leaming resources concentrated on participatory method. This study was a research and development using PAR (participatory Action Research) including the Oliva Theory in curriculum development by the cooperation among villagers, farmers, teenagers and researchers from Ubon Ratchani Rajaphaat University. Content Analysis was used in analyzing the tools used in the study were survey, deep interview, focus group discussion and KM (knowledge management). The findings found that teenagers, students, villagers and agriculturists including educators constructed the curriculum entitle “chili” with innovation in participatory methods to cooperate in teaching and leaming by using local resources efficntly. Doe to the community purpose to ackhnowledge the agriculturist to be able to earn extra money beside gorwing rice and solve unemployment including providing the altemtive for non-further-study teenagers in the village. The curriculum could be taught by agriculturists themselves and also used as a curriculum in secondary school students (mathayomsuksa 1-3) with 5 sections and using 15 hours. According to knowlededge Management (KM) with other research projects relating to chili, the researcher team together with the learners to learn learn other aspect relating to chili cuitivation such as chili market aspect, heaith aspect and using natural extract to prevent pests. Those arose the community to realize how chemical affect their health causing the researcher team to construct another parallel curriculum: ‘chemical-free chili’ to allow agriculturist to compare the dillerences between two curriculums to ensure the agriculturists in chili cultivation both in the on proguce and capital. The outcome of the reaearch were not only the two curriculums of ‘chili but also contributed the relationship among villagers, agriculturist, government officers and educators. Besides, the study cauaed the learners to love, care and realize on the importance of their community and local resoures including use the local resoures to provide the most benefits due the new agricultural theory to contribute living under the sufficient economy of His Majesty the King.
Publisher มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: อุบลราชธานี
Email: lib.ubru@hotmail.com
DateCreated: 2554
Modified: 2555-06-03
Issued: 2555-05-28
Typeงานวิจัย/Research report
Formatapplication/pdf
IdentifierURL:http://www.lib.ubru.ac.th/Research/Suragai_2554/title.pdf
Language tha
Rights©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 Tittlepage.pdf 120.95 KB75 2014-08-22 14:22:30
2 Appendix.pdf 1.14 MB85 2014-08-22 14:22:34
3 Bibliography.pdf 147.9 KB60 2014-08-22 14:22:41
4 Chapter 5.pdf 198.03 KB63 2014-08-22 14:22:45
5 Chapter 4.pdf 203.15 KB66 2014-08-22 14:23:31
6 Chapter 3.pdf 218.98 KB67 2014-08-22 14:25:33
7 Chapter 2.pdf 953.39 KB95 2014-08-22 14:23:45
8 chapter 1.pdf 204.91 KB88 2014-08-25 21:22:16
9 Content.pdf 182.45 KB42 2014-08-22 14:25:36
10 Abstract.pdf 204.91 KB65 2014-08-22 14:27:39
11 Biodata.pdf 115.79 KB52 2014-08-22 14:25:39
ใช้เวลา 0.113408 วินาที
125