Abstract:
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาไทย เพื่อจับใจความสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนบ้านโพธิ์ อำเภอวารินชำราบ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 มีนักเรียนจำนวน 30 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Sample Random Sampling) ดำเนินการทดลองแบบ One-Group Pretest-Posttest Design เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยแบ่งกรอบเนื้อหาออกเป็น 12 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 12 แผน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบเลือกตอบชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ มีความยากง่าย (P) ตั้งแต่ .24 - .66 ค่าอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต่ .21 - .79 และมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ .83 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละของค่าเฉลี่ย และการทดสอบค่า t
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการทดลองใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 87.83/84.16 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ 80/80
2. นักเรียนที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความ มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
The purposes of this study were to develop packages on reading comprehension skills in The Thai Language for Prathom Suksa 4 pupils, based on the efficiency criteria of 80/80, and to compare the reading achievement before and after using the packages.
The sample consisted of 30 Prathom Suksa 4 Pupils studying in the first semester of academic year 2007 at Banpo Primary School, Warinchamrab District, under the jurisdiction of Ubon ratchathani Educational Service Area Office 4. The instrument used in this study were the packages, and the achievement test. The test difficulty indices ranged between .24 - .66, the discrimination indices ranged between, .21 - .79, and the reliability value was .83 The collected data were analyzed by using mean, standard deviation, efficiency value, and t-test.
The results of the study revealed that:
1. The packages were efficient since the criteria were found at 87.83/84.16.
2. The pupils reading achievement after using the packages was statistically higher than that before using them at the .01 level of significance.